เมื่อพูดถึงหลอดนีออน ก็เรียกได้ว่าเป็นหลอดไฟที่ได้รับความนิยมแพร่หลายมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่อง สถานที่ต่าง ๆ มักจะใช้หลอดนีออนเพื่อให้แสงสว่าง ซึ่งก็มีรูปทรงดีไซน์หลากหลาย แต่ปัจจุบันความก้าวหน้าและพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีก็ทำให้มีการผลิตหลอดไฟที่ตอบโจทย์เรื่องประสิทธิภาพการใช้งาน และรวมถึงการทำธุรกิจแบบรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงมีหลอดไฟให้เลือกใช้หลากหลาย อย่างเช่น หลอดนีออน LED ที่เราจะพาไปทำความรู้จัก ว่าหลอดไฟชนิดนี้มีความแตกต่างจากหลอดนีออนธรรมดาอย่างไร

หลอดนีออน LED

                แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันก่อนว่า หลอดนีออนคืออะไร? ทำไมถึงเรียกว่า หลอดนีออน

                หลอดนีออน ถูกผลิตขึ้นในยุคแรกๆ ของการผลิตใช้หลอดไฟ ถูกเรียกชื่อตามก๊าซที่ใช้ในหลอดไฟ โดยกระบวนการผลิตหลอดไฟชนิดนี้คือ นำแก้วมาเป่าขึ้นรูปตามแบบที่ต้องการ และบรรจุก๊าซนีออนเข้าไปในหลอด โดยก๊าซชนิดนี้เมื่อเกิดการแตกตัวแล้วจะมีการนำไฟฟ้าจนเรืองแสงออกมา ผู้คนจึงเรียกว่า หลอดนีออน แต่ต่อมาได้มีการพัฒนาและนำก๊าซชนิดอื่นมาใช้ เช่น การนำผงฟลูออเรสเซนต์ซึ่งเป็นสารเรืองแสงมาใช้เคลือบหลอดด้านใน จึงถูกเรียกว่า หลอดฟลูออเรสเซนต์ เป็นต้น ซึ่งถูกนำมาใช้แพร่หลายแทนหลอดนีออนในช่วงหลัง

                อย่างไรก็ตาม พัฒนาการของหลอดไฟก็ยังไม่สิ้นสุด ปัจจุบันจึงมีหลอดนีออน LED ซึ่งเป็นการนำชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สำหรับออกแบบและควบคุมทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้า โดย LED เป็นแหล่งกำเนิดแสงในรูปแบบกระแสไฟฟ้าไหลผ่านสารกึ่งตัวนำ การทำงานของหลอด LED จะแตกต่างจากหลอดไส้หรือหลอดตะเกียบ เพราะหลอดทั้งสองประเภทนี้จะใช้ความร้อนจนเกิดการเผาไหม้ หรือกระตุ้นให้ก๊าซภายในหลอดเกิดการเรืองแสงนั่นเอง

                เรามาดูกันว่า หลอดนีออน LED และหลอดนีออนธรรมดา มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

                1. อายุการใช้งาน หลอดนีออนธรรมดาใช้งานได้ประมาณ 10,000 ชั่วโมง ในขณะที่หลอดนีออน LED มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 50,000 ชั่วโมง เนื่องจากไม่ได้ใช้ความร้อนในการกระตุ้นให้เกิดแสงสว่าง ชิ้นส่วนอุปกรณ์จึงมีอัตราเสื่อมช้ากว่า

                2. ประหยัดกว่าในระยะยาว แม้ว่าหลอดนีออน LED จะมีราคาสูงกว่าหลอดนีออนธรรมดา หรือหลอดชนิดอื่นๆ แต่หากเปรียบเทียบระยะในการใช้งานและบำรุงรักษาแล้ว หลอด LED ใช้งานได้ยาวนานกว่ามาก จึงทำให้ประหยัดกว่าในระยะยาวนั่นเอง

                3. ความหลากหลายการใช้งาน หลอด LED เป็นชิ้นส่วนขนาดเล็ก จึงสามารถออกแบบการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่หลอดเล็กจิ๋วไปจนถึงโคมไฟถนนขนาดใหญ่ จึงเป็นคุณสมบัติอีกข้อหนึ่งที่เหนือกว่าหลอดนีออนธรรมดา

                4. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างที่ทราบกันดีว่าหลอดนีออน LED ไม่มีองค์ประกอบของสารโลหะหนักที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่หลอดไฟธรรมดามักจะมีสารปรอทและทังสเตนเป็นส่วนประกอบ และหากหลอดไฟแตกก็อาจทำให้เป็นอันตรายต่อผู้ที่สูดดมหรือสัมผัส และหากซึมลงดินก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้

                 เห็นแล้วใช่ไหมครับว่าหลอดนีออน LED มีความแตกต่างจากหลอดนีออนธรรมดาอย่างไรบ้าง หากพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาก็คงเลือกไม่ยากใช่ไหมครับว่าหลอดชนิดไหนมีคุณสมบัติที่เด่นกว่ากัน source : https://ledinfinite.com/ledtube

Tagged :

Camila Freeman